ประวัติความเป็นมา
"น้ำพริกเม็ดบัวปลาย่าง: รสสัมผัสแห่งกรุงเก่า ผสานคุณค่าสมุนไพรจากราชินีแห่งไม้น้ำ”
ต้นตำรับเครื่องจิ้มคู่สำรับไทยที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สู่การสร้างสรรค์อันทรงคุณค่าในนาม "น้ำพริกเม็ดบัวปลาย่าง" เมนูที่หยิบเอาความหอมหวนของปลาย่างคัดเกรด มาโขลกผสมกับสมุนไพรไทยพื้นบ้านอย่าง พริก กระเทียม และหอมแดง จนได้กลิ่นอายความอร่อยแบบดั้งเดิม
ความพิเศษที่เหนือกว่าน้ำพริกทั่วไปคือการเติมเต็มด้วย "เม็ดบัวหลวง" ราชินีแห่งไม้น้ำที่เปี่ยมด้วยสรรพคุณทางยาและสารอาหารสำคัญ ช่วยบำรุงร่างกายและปรับสมดุลธาตุตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย เปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาให้กลายเป็น "สำรับยา" ที่รับประทานง่ายและอร่อยอย่างลงตัว มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เสิร์ฟคู่กับผักเคียงสด ๆ อย่าง ดอกแค แตงกวา หรือถั่วพู เพื่อดึงเอารสชาติจากธรรมชาติในท้องถิ่นมาสู่จานโปรดของคุณ
เมนูที่พิสูจน์แล้วว่าอร่อยและสุขภาพดี...สามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวได้ในคำเดียว
คุณค่าทางโภชนาการ
1. พริก คือส่วนประกอบสำคัญในน้ำพริก พริกทุกชนิดมีสารแคปไซซิน ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติป้องกันความชรา มีสารแคโรทีนอยด์ ซึ่งล้วนมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้สดชื่น ตื่นตัว ขับลมในลำไส้ กระตุ้นการเจริญอาหาร และมีวิตามินซีที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของหลอดเลือด เสริมการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว และช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกาย เหมาะกับผู้ที่แพ้อากาศหรือเป็นหวัดบ่อย และช่วยเสริมความจำ
2. หอมแดง กระเทียม จะมีเซเลเนียม ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และมีโพแทสเซียมสูง ทางการแพทย์ระบุว่ามีคุณสมบัติช่วยให้เซลล์แข็งแรง และยังมีน้ำมันจากกระเทียมซึ่งเป็นสารแอนตี้เซปติก ช่วยป้องกันการติดเชื้อ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ และลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น โดยเฉพาะกระเทียมมีอัลลิซิน (allicin) และกำมะถันสูง ช่วยลดอาการผมร่วง ลดความดันโลหิต ช่วยไม่ให้เลือดจับตัวเป็นลิ่มหรืออุดตันตามผนังหลอดเลือด จึงช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิต และเสริมภูมิต้านทานร่างกาย ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ ขับเสมหะ ขับลมในกระเพาะอาหาร และในหอมแดงยังมีฟอสฟอรัสในปริมาณสูง ช่วยบำรุงประสาทและความจำ ทำให้สมองแจ่มใส ช่วยเจริญอาหาร ลดความร้อนในร่างกาย แก้หวัดคัดจมูก และขับลมในลำไส้
3. กะปิ มีวิตามินบี 12 ช่วยบำรุงระบบประสาท เสริมการสร้างเม็ดเลือด ช่วยป้องกันอาการโลหิตจาง และมีแคลเซียมสูงกว่านมวัว 15 เท่า (น้ำพริก 1 ถ้วย ใช้กะปิ 20-30 กรัม ให้แคลเซียม 500 มิลลิกรัม) ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง นอกจากนี้ยังมีโซเดียม โพแทสเซียม และไอโอดีน ประโยชน์เด่นคือมีสารแอสตาแซนทิน (Astaxanthin) ที่พบในสัตว์ทะเล เช่น กุ้ง หรือเคย ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อร่างกายและผิวพรรณ
4. มะกรูด น้ำมะกรูดช่วยให้เจริญอาหาร แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลม ช่วยขับและละลายเสมหะ บรรเทาอาการไอ ช่วยรักษาอาการจุกเสียดและขับลมในลำไส้
ส่วนผสม
1. พริกแห้ง 20 กรัม
2. กระเทียม 30 กรัม
3. หอมแดง 30 กรัม
4. เม็ดบัวต้ม 90 กรัม
5. มะกรูดเชื่อม 30 กรัม
6. ขิงอ่อน 30 กรัม
7. น้ำตาลปี๊บ 20 กรัม
8. น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
9. น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ
10. กะปิ 20 กรัม
11. น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
12. หอมแดงซอย 30 กรัม
13. ปลาย่างป่น 25 กรัม
14. หมูบด 100 กรัม
15. กุ้งสดสับหยาบ 80 กรัม
วิธีทำ
1) ปอกกระเทียม หอมแดง โขลกรวมกับพริกแห้งพอแหลก
2) ใส่น้ำมันในกระทะตั้งไฟพอร้อน เจียวหอมแดงพอหอมใส่พริกที่โขลกลงผัดใส่หมู กุ้ง ผัด พอสุก ใส่เม็ดบัวต้ม มะกรูดเชื่อม ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียก น้ำตาล และกะปิ ชิมรสตามชอบ
3) ใส่ปลาป่นผัดพอแห้ง ตักใส่ภาชนะ เสิร์ฟพร้อมผักสด และเครื่องเคียง
4) ผักสด เช่น มะเขือเปาะ แตงกวา ถั่วฝักยาว ถั่วพู แครอท ไหลบัว
5) เครื่องเคียง ได้แก่ กล้วยตากทอด ปอเปี๊ยะ ขิงทอด
เคล็ดลับการปรุง
ร้านอาหารแนะนำ
น้ำพริกเม็ดบัวปลาย่าง ครัว บว. (ขายออนไลน์)
ชุมชนบ้านกร่าง โรงเรียนบ้านกร่างวิทยาคม เลขที่ 170 หมู่ 5 ตำบลบ้านกร่าง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก รหัสไปรษณีย์ 65000