ประวัติความเป็นมา
"เมี่ยงตาสวด: รสสัมผัสคำโตแห่งลุ่มน้ำโขง ภูมิปัญญาไทแสกที่อร่อยจนต้องตาโต"
สัมผัสวิถีชีวิตอันเรียบง่ายและอบอุ่นของชาวไทแสก ตำบลอาจสามารถ จังหวัดนครพนม ผ่านเมนูของว่างระดับตำนาน "เมี่ยงตาสวด" ที่มาของชื่ออันเป็นเอกลักษณ์มาจากภาพความสุขบนโต๊ะอาหาร เมื่อเครื่องเคียงสมุนไพรพื้นบ้านนานาชนิดถูกวางรวมกันในหนึ่งคำ จนใหญ่พอให้คนรับประทานต้องอ้าปากกว้างและ "ตาโต" (ตาสวด) ด้วยความอร่อยเต็มคำ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่ "น้ำจิ้มปลาร้าสูตรเด็ด" ที่พัฒนาจากภูมิปัญญาดั้งเดิม ผสมผสานพริกป่น ข้าวคั่ว และน้ำตาลจนได้รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม รับประทานคู่กับผักสดและสมุนไพรท้องถิ่นที่ช่วยบำรุงร่างกาย ขับถ่ายระบายของเสีย และปรับสมดุลธาตุตามแบบฉบับริมฝั่งโขง
คุณค่าทางโภชนาการ
1. มะเดื่อ ช่วยบำรุงร่างกายและต่อต้านอนุมูลอิสระบรรเทาอาการเจ็บคอ ปรับสมดุลของกรด-ด่างในร่างกาย สมานแผลในช่องปาก เป็นยาระบาย ป้องกันอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี
2. มะเฟือง ช่วยในการชะลอวัยและการเกิดริ้วรอย ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง เป็นยาแก้ร้อนใน ช่วยดับกระหาย ถอนพิษไข้
3. กล้วยดิบ ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ปกป้องผนังกระเพาะลำไส้จากเชื้อโรคและของรสเผ็ดจัด คนโบราณมักนำกล้วยดิบมาตากแห้ง หรืออบ แล้วนำมาบดเป็นผงชงกับน้ำดื่ม เพื่อเคลือบกระเพาะ
4. ใบชะพลู ช่วยให้เจริญอาหาร และรักษาโรคเบาหวาน ช่วยหมุนเวียนเลือดได้ดี
5. ตะไคร้ เป็นยาบำรุงธาตุ ช่วยในการเจริญอาหาร ช่วยแก้อาการเบื่ออาหาร รักษาโรคและยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินเอ แคลเซียม ฟอสฟอรัส แก้และบรรเทาอาการหวัด อาการไอ ช่วยรักษาอาการไข้ ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง
6. พริกสด มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยให้ชะลอวัย ช่วยให้อารมณ์ดี ทำให้ร่างกายสร้างสารเอนดอร์ฟิน (สารแห่งความสุข) และช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น
7. หอมแดง ช่วยทำให้เจริญอาหาร เพิ่มอุณหภูมิร่างกาย บำรุงสมอง ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ที่สำคัญมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ไม่ขึ้นลงวูบวาบ
8. กะหล่ำปลี ช่วยยับยั้งไม่ให้น้ำตาลและแป้งกลายเป็นไขมัน และช่วยบำรุงกระดูกและฟัน บำรุงผิวพรรณ สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ช่วยต่อต้านมะเร็ง ช่วยย่อยอาหาร ล้างพิษและทำความสะอาดลำไส้
9. มะเขือเทศ มีวิตามินเอและสารจำพวกไลโคปีน แคโรทีนอยด์ เบตาแคโรทีน และกรดอะมิโน เป็นต้น และมะเขือเทศช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด ขับปัสสาวะ รักษาความดัน
ส่วนผสม
1. น้ำปลาร้าปรุงสุก ปริมาณ 800 มิลลิลิตร (2 ขวด)
2. น้ำตาลทรายแดง ปริมาณ 1 กิโลกรัม
3. น้ำตาลปี๊บ ปริมาณครึ่งกิโลกรัม
4. พริกป่น ปริมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ
5. ข้าวคั่ว ปริมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ
6. วัตถุดิบเครื่องเคียงเมี่ยงตาสวด 1 คำ ประกอบด้วย มะเดื่อ มะเฟือง กล้วยดิบ มะเขือเทศ ตะไคร้ พริกสด หอมแดง ใบชะพลู กะหล่ำปลี ขนมจีน และแคบหมู แล้วห่อด้วยใบชะพลู หรือกะหล่ำปลี
วิธีทำ
1. เตรียมวัตถุดิบเครื่องเคียง ประกอบด้วย มะเดื่อ มะเฟือง กล้วยดิบ มะเขือเทศ ตะไคร้ พริกสด หอมแดง ใบชะพลู กะหล่ำปลี ขนมจีน แคบหมู
2. หั่นวัตถุดิบเครื่องเคียงให้เป็นลูกเต๋าชิ้นเล็ก ๆ พอดีคำ ประกอบด้วย มะเดื่อ มะเฟือง กล้วยดิบ มะเขือเทศ ตะไคร้ พริกสด หอมแดง ยกเว้น กะหล่ำปลีและขนมจีนหั่นชิ้นพอดีคำ
3. มะเดื่อ กับ กล้วยดิบ หั่นเสร็จแล้วควรแช่น้ำมะนาว น้ำส้มสายชู หรือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว
4. จัดเรียงวัตถุดิบเครื่องเคียงที่หั่นเสร็จเรียบร้อยแล้วใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ให้เรียบร้อยและสวยงามน่ารับประทาน
5. เตรียมเครื่องปรุงน้ำจิ้มเมี่ยงตาสวด ซึ่งประกอบไปด้วย น้ำปลาร้าปรุงสุก น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลปี๊บ พริกป่น และข้าวคั่ว
6. ติดไฟตั้งหม้อ เทน้ำปลาร้าปรุงสุกลงไปก่อน แล้วตามด้วยใส่น้ำตาลทรายแดงและน้ำตาลปี๊บเคี่ยวให้ส่วนผสมทั้งหมดเป็นเนื้อเดียวกัน ปิดไฟยกหม้อลงพักให้น้ำจิ้มเย็นตัวแล้วค่อยตักน้ำจิ้มใส่ถ้วยน้ำจิ้มใบเล็ก ขั้นตอนสุดท้ายโรยพริกป่นและข้าวคั่วให้ทั่วบริเวณด้านบนเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติกลมกล่อมยิ่งขึ้น
7. จัดเรียงวัตถุดิบเครื่องเคียงและน้ำจิ้มเมี่ยงตาสวดที่ทำเสร็จเรียบร้อยใส่ภาชนะให้ครบถ้วนและสวยงามน่ารับประทาน วิธีรับประทานให้ห่อเครื่องเคียงเมี่ยงตาสวดทั้งหมดด้วยใบชะพลูหรือกะหล่ำปลี แล้วราดด้วยน้ำจิ้มเมี่ยงตาสวด
เคล็ดลับการปรุง
1.) มะเดื่อ กับ กล้วยดิบ หั่นเสร็จแล้วควรแช่น้ำมะนาว หรือผลไม้ที่มีรสชาติเปรี้ยว เพื่อช่วยให้เนื้อผลไม้ที่หั่นแล้วไม่เป็นสีดำ
2.) น้ำตาลทรายกับน้ำตาลปี๊บช่วยชูกลิ่นน้ำปลาร้าปรุงสุกให้มีกลิ่นหอม และช่วยให้น้ำจิ้มเมี่ยงตาสวดมีรสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
3.) พริกป่นและข้าวคั่วช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติกลมกล่อมของน้ำจิ้มเมี่ยงตาสวด
ร้านอาหารแนะนำ
คีนาคา เชิงบูรณาการ
ชุมชนไทแสก หมู่ 5 ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม รหัสไปรษณีย์ 48000