ขนมปะดา

ใต้ นครศรีธรรมราช อาหารหวาน
เรื่องราวของเมนู

"ขนมปะดา: โดนัทโบราณแห่งเมืองคอน ภูมิปัญญา ‘ไทยมุสลิม’ สู่รสสัมผัสที่สืบทอดนับชั่วอายุคน”

สัมผัสเสน่ห์ขนมคู่บ้านคู่เมืองนครศรีธรรมราช กับ "ขนมปะดา" หรือโดนัทพื้นเมืองที่มีไส้ ด้วยอัตลักษณ์ความอร่อยของชาวไทยมุสลิมที่ใช้แป้งข้าวเจ้าผสมกล้วยน้ำว้าสุก บดและคลุกเคล้าจนได้เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มสีเหลืองทองสวย ความพิเศษอยู่ที่ภูมิปัญญาการขึ้นรูปขนมบนก้นถ้วยคว่ำ และเทคนิคการทอดด้วย "ไม้แส้" หรือไม้ไผ่เหลาแหลมอันเป็นเอกลักษณ์ เพื่อให้ขนมสุกทั่วถึงและสะเด็ดน้ำมันอย่างพอดิบพอดี เมื่อรับประทานขณะร้อน ๆ จะได้สัมผัสแป้งที่นุ่มละมุน พร้อมกลิ่นหอมของไส้ที่อบอวลเข้าจมูกในทุกคำ

คุณค่าทางโภชนาการ

ไส้ขนมปะดา ประกอบด้วยสมุนไพรที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ ดังนี้
1. ตะไคร้ ช่วยแก้อาการเบื่ออาหาร ทำให้เจริญอาหาร และช่วยย่อยอาหาร
2. พริกขี้หนู มีวิตามินเอและซีมาก แก้ปวดเมื่อย แก้บิด และช่วยเจริญอาหาร
3. พริกไทย แก้หวัด ปวดท้อง ท้องเสีย และช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี
4. ขมิ้น ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย มีสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยชะลอวัย
5. หอมแดง อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี และวิตามินอี ช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่นและช่วยเจริญอาหาร

ส่วนผสม

1. แป้งข้าวเจ้าโม่ละเอียด 2 กิโลกรัม
2. กล้วยน้ำว้าสุก 2-3 หวีเล็ก
3. เครื่องแกง 1 ขีด
4. มะพร้าวทึนทึกขูด 1 กิโลกรัม
5. น้ำตาลปึก 1/2 กิโลกรัม
6. น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำมันสำหรับทอด

วิธีทำ

วิธีการทำแป้ง
1. นำข้าวสารมาแช่น้ำไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ล้างให้สะอาดประมาณ 2-3 น้ำ พักให้หมาด
2. นำข้าวสารไปโม่เป็นแป้ง แล้วใช้ผ้าขาวบางนำมารับน้ำแป้ง โม่ให้หมดแล้วมัดผ้าให้แน่น
3. นำแป้งไปทับไว้ โดยใช้ของหนัก ๆ วางทับบนผ้า ประมาณ 4-5 ชั่วโมง ให้แป้งแห้งสนิท
4. นำกล้วยน้ำว้ามาคลึงเบา ๆ หรือนำเข้าเครื่องปั่น ปั่นให้ละเอียด แล้วนำกล้วยน้ำว้ามาคลุกเคล้ากับแป้ง (ที่แห้งสนิท) ให้เป็นเนื้อเดียวกัน จะทำให้ได้แป้งเหนียวนุ่มเป็นอย่างดี

วิธีการทำไส้ขนม
1. ไส้ขนมปะดา ประกอบด้วยสมุนไพรต่าง ๆ ได้แก่ ตะไคร้ หอมแดง ขมิ้น พริกไทย พริกขี้หนู ผิวมะกรูด เกลือ นำมาโขลกหรือบดส่วนผสมให้เข้ากันจนละเอียด จะได้เครื่องแกงสำหรับทำไส้ขนม
2. นำมะพร้าวทึนทึกมาขูดฝอยด้วยกระต่าย จะได้ไส้ที่ไม่แข็ง ถ้ามะพร้าวแก่ไปไส้จะไม่อร่อย
3. ตั้งกระทะ เติมน้ำ น้ำตาลปึก และน้ำตาลทราย ตั้งให้เดือด เติมเครื่องแกงและมะพร้าวขูดลงไป ผัดให้เข้ากันจนแห้ง โรยด้วยใบมะกรูดเล็กน้อย ก็จะได้ไส้ขนมปะดา เมื่อได้รสชาติที่ถูกใจแล้วก็ยกลงจากเตา รอให้เย็น

วิธีการทอด
1. นำถ้วยขนมหวานหรือถ้วยตราไก่มาวางคว่ำ เอาท้ายถ้วยเป็นพิมพ์สำหรับแป้งขนม แล้ววางผ้าขาวบางลงบนท้ายถ้วย ใส่น้ำเล็กน้อย เพื่อไม่ให้แป้งขนมติดผ้า
2. ตักเนื้อแป้งขนมมา 1 ช้อนโต๊ะ หยอดรอบก้นถ้วย ตักไส้ใส่ แล้วหยอดแป้งทับรอบวงกลมอีกครั้ง ดึงชายผ้าม้วนขึ้นให้กลมสวย ใช้นิ้วจิ้มเจาะเป็นรูตรงกลาง
3. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันประมาณ 1/2 ของกระทะ ใช้ไฟไม่ร้อนจัด เมื่อน้ำมันเดือด นำแป้งขนมที่ใส่ไส้ไว้ลงไปทอด
4. ทอดทีละด้านจนสุก พลิกกลับอีกด้านทอดจนสุกทั่วกัน วางบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน แล้วรองด้วยกระดาษซับมันอีกชั้น พักไว้ให้ขนมอุ่น จึงรับประทาน หรือจำหน่าย

เคล็ดลับการปรุง

เคล็ดลับอยู่ที่แป้งข้าวเจ้าบดเอง คลุกเคล้ากับกล้วยน้ำหว้าสุก แต่ไม่นิยมใช้กล้วยน้ำว้าที่งอมเกินไป เพราะน้ำตาลในกล้วยทำให้สีขนมไม่สวยเมื่อทอด เทคนิคสำคัญของการทำขนมปะดาอยู่ที่การทำรูปทรงขนมก่อนทอด นิยมใช้ถ้วยตราไก่หรือถ้วยที่มีก้นลึก โดยการคว่ำถ้วยให้เป็นฐาน ก้นถ้วยอยู่ด้านบน และนำผ้าสะอาดบาง ๆ ลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดไม่ใหญ่มากนัก วางบนก้นถ้วยให้สามารถจับได้ถนัดมือ นำผ้าไปชุบน้ำแล้วบิดให้หมาด นำก้อนแป้งแผ่ออก วางบนก้นถ้วยที่รองผ้าเอาไว้ ใส่ไส้ปิดแป้งให้สนิท ใช้นิ้วเจาะรูตรงกลางยกผ้าขึ้น แล้วนำแป้งออกทอดในกระทะที่มีน้ำมันร้อนปานกลางทันที การทอดไม่นิยมใช้ตะหลิวจะใช้ไม้ไผ่เหลาเป็นด้ามเล็กแหลม (ชาวบ้านเรียกไม้แหลม หรือไม้แส้) เขี่ยทอดขนมจนสุกได้ที่ ใช้ไม้แส้เสียบร้อยรูขนมพาดไว้ที่ขอบกระทะให้น้ำมันสะเด็ด ปัจจุบันจะวางขนมพักไว้บนตะแกรงเพื่อให้สะเด็ดน้ำมัน ถ้าจะกินขนมปะดาให้อร่อยต้องกินขณะยังร้อนอยู่จะได้รสชาติ เพราะแป้งจะนุ่ม กลิ่นของไส้จะเข้าจมูก

ร้านอาหารแนะนำ
ร้านขนมปะดาป้าสาว (สี่แยกหน้าทัพ)

ข้างโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 8 หมู่ที่ 15 บ้านหน้าทัพ ตำบลท่าศาลา อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช รหัสไปรษณีย์ 80160